
#ผลลัพธ์กลับสร้างความประทับใจให้ผมเป็นอย่างมาก
เดิมทีผมเคยดู Saekano ss1 และ ss2 มาก่อน ยอมรับตรงๆว่าผมไม่ได้รู้สึกชอบเรื่องนี้มากนัก ในปี 2019 ได้มี movie ออกมาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะไปดู จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้(ก่อนที่ผมจะเขียนรีวิว) ผมได้มีโอกาสกลับมา Re-Watch เรื่องนี้ และก็ได้ดู Saekano Movie หลังจากดูเสร็จแล้วรู้สึกชื่นชอบเป็นอย่างมาก
ปล.อันนี้จะเป็นการพูดรวมของ ss1 ss2 และตัวของ movie ด้วย
ถือว่ามีการใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆน้อยๆอยู่พอสมควร อย่างเช่น ในตอนที่ Akane เถียงกับ Utaha เราจะเห็นอนิเมชั่นว่าทุกคนต่างสนใจประเด็นที่ทั้งสองกำลังถกเถียงกัน ยกเว้น Michiru ที่มัวแต่มัวแต่กินอย่างเดียว สะท้อนให้เห็นถึงความไม่สนใจในสิ่งรอบตัวของเธอ

หรือฉากช่วงแรกจะซูมไปที่หน้าของ Utaha ซึ่งเธอสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงระหว่างตัวของ Megumi และ Tomoya ผมเห็นว่าจุดนี้พัฒนาขึ้นจากภาคก่อน ๆ ss 1 และ 2 มักใช้มุมกล้องที่เน้นไปที่สิ่งอื่นจนไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครออกมาได้ดี แต่ใน movie สามารถเล่นมุมกล้องได้ดี โดยรู้ว่าช่วงไหนควรโฟกัสไปที่สีหน้าของตัวละครเพื่อเพิ่มพลังให้กับการแสดงออกของความรู้สึกของตัวละคร

ยังมีฉากอื่นๆอีกหลายฉากที่ใส่ใจการเคลื่อนไหวของตัวละคร แม้รายละเอียดเล็กๆน้อยๆอาจจะไม่เด่นมากนัก แต่ก็สามารถสื่อถึงความคิดของตัวละครได้ดี เป็นเรื่องที่น่าชมกับการใส่ใจของทีมงาน
ผมคิดว่าเนื้อเรื่องไม่ใช่จุดเด่นของเรื่องนี้อยู่แล้ว
เรื่องใช้การทำเกมเป็นส่วนเสริม
เน้นการถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครเป็นหลัก
ซึ่งผมมองว่าการทำแบบนี้เป็นเรื่องที่ดี
เพราะตระหนักดีว่าไม่สามารถเป็นแบบ "Bakuman" หรือ "Shirobako" ได้
ถึงเนื้อเรื่องจะดูเรียบง่ายก็ แต่ก็ยังสามารถกินใจคนดูได้
แม้ผมจะไม่ได้อ่านไลท์โนเวลมาก่อน แต่ก็สัมผัสได้ว่าใน Movie ได้ตัดทอนรายละเอียดบางอย่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด เพื่อให้เนื้อเรื่องกระชับ ไม่ยืดเยื้อ ซึ่งสำหรับผม สำหรับผมแล้ว ผมมองว่าการตัดทอนเป็นสิ่งที่ดี เพราะทำให้เนื้อเรื่องโฟกัสไปที่การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่าง Megumi และ Tomoya อย่างเดียวโดยที่เน้นที่สิ่งอื่นน้อย
เพลงประกอบ Saekano Movie ยังคงรักษามาตรฐานเดิมไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เพลงเปิดเรื่อง 『icy tail YO!』 ของวง Icy Tail ลื่นไหลไปตัวเรื่องได้อย่างลงตัว
เพลง『ULTIMATE♭』ที่ร้องโดย Megumi (CV.Yasuno Kiyono) ซึ่งเป็นเพลงที่ผมชอบมันทำให้ฉาก climax เข้มข้นจนถึงขีดสุด
เพลง 『DREAM TEAM TRIANGLE』 ร้องโดย Eriri (CV.Oonishi Saori) และ Utaha (CV.Kayano Ai) ถ่ายทอดอารมณ์ของสองตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง
เพลง『Glory Days』ที่ร้องโดย Luna Haruna ปิดท้าย End Credit ได้อย่างสวยงาม
#Utaha and Eriri
----

เป็นความสัมพันธ์ที่เคารพชื่นชมความเป็น creator ของกันและกัน เราจะเห็นได้ในตอนที่ 1 ของ ss2 จะเป็นการพูดถึงการต่างฝ่ายต่างยอมรับความสามารถของกันและกัน Utaha ก็ชื่นชอบภาพวาดของ Eriri ส่วน Eriri ก็ชื่นชอบนิยายของ Utaha เช่นกัน และช่วงของท้ายของ ตอนที่ 1 ของ ss2 จะมีวาดภาพพร้อมกับลายเซ็นของกัน เป็นการสื่อถึงการยอมรับซึ่งกันและกัน


#Megumi
----


การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่าง Megumi กับ Tomoya ผ่านการทำเกมด้วยกัน เป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ไปอีกขั้นหนึ่ง เป็นการยากที่จะบอกได้ว่าทั้งสองคนตกหลุมรักกันเมื่อไหร่ เรื่องได้ใช้การทำเกมเพื่อทำให้เราเห็นถึงการถ่ายทอดความรู้สึกของ Megumi กับ Tomoya
ชอบในช่วงที่ Megumi กับ Tomoya Video call คุยกันมันดูเหมือนไม่มีอะไร แต่สามารถนำเสนอความรู้สึกของตัวละครผ่านบทพูดของเกมทำออกมาได้หวานมาก ผมชอบการใช้บทพูดในเกมมาอธิบายความรู้สึกของ Megumi มาตั้งแต่ ss1 แล้ว แต่พอมาเป็น movie ก็ทำได้เหนือชั้นไปกว่าเดิมมาก กะอีแค่ฉากคุยกันก็สามารถดึงเอามิติและความรู้สึกของตัวละคร และก็มีบทของเกมส์ที่จะไปเชื่อมโยงกับตอนที่ 11 ของ SS2
และMegumiก็พูดขึ้นมาว่า
Spoiler, click to view
ตรงนี้เข้าไปกอดตัวเอกไม่ได้
ความรู้สึกที่ควรจะมีก็มีไปตั้งนานแล้ว
เพราะงั้นปล่อยให้ตัวเอกร้องไห้ออกมาเยอะๆเลย

และก็ชอบตอนที่ Megumi ใช้บทในเกมเป็นข้ออ้างในการเรียกการชื่อจริงกับจับมือ น่ารักชิบหาย
ฉาก climax
และก็มีฉากในตอนที่ 11 ของ SS2 ที่ Megumi กับ Tomoya พูดกันตามนี้
Spoiler, click to view
ช่วยเป็นนางเอกให้ชั้นอีกรอบนะ(tomoya)

Spoiler, click to view
ช่วยทำให้ชั้นได้เป็นนางเอกที่ทุกคนอิจฉาอีกรอบนึงด้วยนะ(megumi)
ซึ่งบทพูดตรงนี้จะไปเชื่อมกับบทพูดของ Megumi ช่วงก่อน End Credit
Spoiler, click to view
เป็นไงบ้าง ชั้นเป็นนางเอกตามที่นายคาดหวังได้รึเปล่า ไม่ใช่แค่สำหรับผู้เล่นเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นนางเอกคนเดียวในใจนายด้วย

#เป็นการย้อนกลับไปถามคนดูว่า ตลอดทั้งเรื่องได้สร้างนางเอกที่ยอดเยี่ยมได้รึยัง ถ้าถามผม
Saekano Fine เป็นการปิดฉากการเดินทางของเรื่องได้อย่างสมบูรณ์ ที่อนิเมะหลายเรื่องทำไม่ได้ เนื่องจากเพราะอนิเมะหลายเรื่องมันไม่ค่อยจบมันเหมือนกับจิ๊กซอที่ต่อไม่สมบูรณ์ หรือต่อให้จบ มันก็จะมีการยืดเรื่อง ทำให้อารมณ์ของคนดูไม่สามารถอยู่ในจุดที่สูงสุดได้
Saekano เป็นผลงานที่สร้างประทับใจให้กับฉันอย่างมาก เเค่ทำสิ่งเรียบง่ายให้งดงามที่สุดไม่จำเป็นต้องซับซ้อน เพียงแค่นำเสนอสิ่งที่เรียบง่ายอย่างลงตัว ก็สามารถสร้างความงดงามได้แล้ว แค่นี้ Saekano Fine ก็สามารถกลายเป็นอนิเมะในใจผมได้แล้ว
o/Vwv12tn/127.png)
**อย่าถือสาเรื่องที่ผมอวย Megumi หนักมาก ทำไงได้ Megumi น่ารักนี่นา*
8 out of 9 users liked this review